กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๕ ม.๒ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

 

ประวัติความเป็นมา

 

            เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ปี 2526  เป็นปีที่เริ่มก่อตั้งกระบวนการเรียนรู้เรื่องออมทรัพย์ของชาวบ้าน
บ้านดอนคา  มีชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งจำนวน  37 คน มีเงินออม  ,๘๕๐ บาท โดยใช้ศาลาริมทางเป็นที่ทำการของกลุ่มชั่วคราว มีคุณณรงค์ ปรีชา ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียว และคณะกรรมการ
4-5 คน เป็นผู้ก่อตั้ง  โดยใช้แนวทางการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอ้ายเขียวเป็นแนวทางในการดำเนินงานในช่วงแรก กำหนดการออมเงินทุกวันที่  4 ของประจำเดือน ที่สมาชิกได้มาพบและแลกเปลี่ยนความคิดกัน พวกเขาได้รู้จักสนิทสนมกันช่วยเหลือเกื้อกูลมีเมตตาอารีต่อกัน ส่วนที่สำคัญคือเกิดการออมและเกิดทุนทางสังคมอย่างมั่นคง ซึ่งในสมัยนั้นชาวบ้านมีรายได้ไม่มากนักและมีการเก็บหอมรอมริมที่จะเก็บเงินไว้ในบ้านของตนเอง ที่มีเงินเหลือสัก 100 - 200  บาท  จะนำไปฝากธนาคารก็อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านมากต้องเดินทางเข้าตัวจังหวัด 38  กิโลเมตร ชาวบ้านเขามองว่าเสียเวลาที่นำเงินไปฝากเพราะเงินจำนวนไม่มากนัก เสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าพาหนะหมด นอกจากนั้นผลประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเงินไปฝากธนาคารก็น้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้การนำเงินไปออมกับธนาคารไม่มีระบบประจำไม่ก่อให้เกิดดอกผลที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวและกับสังคมโดยรวม 

             ปี พ.ศ. 2528  คุณณรงค์เห็นว่าทางกลุ่มมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเขาจึงลาออกในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อให้สมาชิกเลือกประธานคนใหม่มาทำหน้าที่แทนเขา ที่ประชุมมีมติคัดเลือกนายซ้วน ศรีอินทร์ เข้ามาเป็นประธานบริหารและปรับโครงสร้างคณะทำงานรับผิดชอบแต่ละฝ่ายในการดำเนินการ  มีคณะกรรมการบริหาร  อนุกรรมการกิจกรรมแต่ละฝ่าย  เพราะในขณะนั้นมีสมาชิก 1,476  คน  มีเงินออมจำนวน  135,000  บาท 
ใช้ที่ทำการบ้านเช่าของนายแปลก แคล้วภัย นายซ้วน  บริหารก็หมดวาระในปี พ.ศ.2534  นายซ้วนจึงลาออก

ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ประชุมสามัญประจำปีนั้นสมาชิกได้คัดเลือก นายวิโรจน์  คงปัญญา เสนอชื่อให้ที่ประชุมรับรอง ที่ประชุมได้รับรองเลือกนายวิโรจน์เป็นประธาน นายเอิ่ม บุญมร  เป็นรองประธาน นางสุจินต์ บุญเกียรติเป็นเลขานุการและนายเจียม  ผลิรัตน์ เป็นเหรัญญิก นอกนั้นอนุกรรมการทางด้านกิจกรรมได้จับฉลากออกครึ่งหนึ่งตามระเบียบข้อบังคับ  และได้ปรับปรุงรูปแบบการบริหารโครงสร้างคณะกรรมการบริหารเพื่อกำหนดแผนงานให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชนจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติพร้อมกับนำแผนแม่บทชุมชนเข้ามาใช้กับองค์กรกลุ่มวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของกลุ่มที่มีสมาชิกอยู่ในชุมชนและพัฒนาการเป็นอยู่ของสมาชิกและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมีการเชื่อมประสานงานกับเครือข่ายและองค์กรภาครัฐตลอดสถาบันการศึกษาที่ใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นหลักในการบริหารในปัจจุบันได้มีสมาชิกจำนวน  14,000  คน

            ปี พ.ศ. ๒๕๕๔  กรมการพัฒนาชุมชน  กระทรวงมหาดไทย ได้คัดเลือกจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา  ม.๒ ตำบลทอนหงส์   อำเภอพรหมคีรี  จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโรงเรียน ให้การฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์  ในเขตพื้นที่ภาคใต้ และ ผู้ที่มีความสนใจเกี่ยวกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เปิดการฝึกอบรม ๓ หลักสูตรคือ  

             ๑. การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

๒. การบริหารจัดการบัญชีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

๓. การบริหารจัดการกิจกรรมเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 

ปี พ.ศ.๒๕๖๐ ได้ซื้อที่ดินเพิ่ม ซึ่งที่ติดต่อกันได้สร้างอาคารสำนักงานใหม่จนถึงปัจจุบัน มีทรัพย์สินหมุนเวียนประมาณ 213 ล้านบาท ลูกหนี้เงินกู้ 1,900 คน ลูกหนี้เงินกู้ 117ล้านบาท สมาชิก 14,000 คน  (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔) โดยกำหนดให้สมาชิกส่งเงินสัจจะทุกวันที่ ๓,๔ ของเดือน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๕.๓๐ น.

 

การจัดสวัสดิการ (กลุ่มออมทรัพย์บ้านดอนคา) หลักการดำเนินงานสิทธิของสมาชิก ต้องยึด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติที่ประชุมการจัดประเภท สวัสดิการ

1.  กองทุนสายใยดวงใจแม่

2.  กองทุนการศึกษา

3.  กองทุนค่ารักษาพยาบาล (ตรวจสุขภาพ)

4.  กองทุนสมาชิกที่พิการ / ทุพลภาพ

5.  กองทุนบำเหน็จ/บำนาญ ผู้ชรา

6.  กองทุนเลี้ยงดูผู้ชราและฌาปนกิจผู้ชรา

7.  ศูนย์สาธิต ร้านค้าสวัสดิการ

8.  กองทุนไถ่ถอนหนี้

9.  กองทุนฌาปนกิจสมาชิกสมทบ

10. กองทุนอุทกภัย / และการกุศล

11. กองทุนปลูกต้นไม้เป็นสวัสดิการและบำนาญชีวิต  (นำมาประกันหนี้)

12. กองทุนอาชีพ

หลักการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

หลักการของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตยึดคุณธรรม 5 ประการ    คือ ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจกันและความไว้ใจซึ่งกันและกัน

กิจกรรมของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมเงินร่วมกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการแก้ไขปัญหาการ ขาดแคลนเงินทุนเพื่อให้มีแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพและเป็นสวัสดิการในครอบครัวอีกทางหนึ่ง

ศูนย์สาธิตการตลาด                  

เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ประชาชนรู้จักการบริหารจัดการทุนของชุมชนในรูปร้าน ค้าโดยเน้นให้เกิดการเรียนรู้ในเชิงธุรกิจ

ด้านการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตในชุมชน การบริหารจัดการสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจัยการผลิตในราคาที่ถูกเพื่อชุมชน  

การจัดสวัสดิการของกลุ่ม

           กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านดอนคา ได้สำรวจความต้องการของสมาชิกจากการสะสมเงิน ผลปรากฏว่า ส่วนใหญ่มีความต้องการในเรื่องสวัสดิการ กลุ่มฯ จึงได้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการและการบริหาร โดยนำเงินที่รวมได้จากกำไรจากเงินปันผล ร้อยละ 20 เงินกำไรจากการลงทุน ร้อยละ 50 และเงินสมาชิกสมทบฌาปนกิจ มาปล่อยกู้ เมื่อมีผลกำไรจึงนำเข้ามาสมทบในบัญชีกองทุนสวัสดิการ แต่สามารถจ่ายเป็นสวัสดิการได้ ร้อยละ 75 ส่วนที่เหลือร้อยละ 25 จะเป็นเงินคงเหลือไว้ในกองทุน

 

 

จุดเด่น ความสำเร็จ

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา กลุ่มเริ่มเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากทุนทางสังคมจากชาวบ้าน เรียนรู้ด้วยตนเอง รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนานถึง 38 ปี จากชาวบ้านเพียงไม่กี่คนในสมัยนั้น ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา โดยเห็นพ้องกันกับแนวความคิดของผู้นำในการเอาเงินมาออมรวมกันเป็นประจำทุก ๆ เดือน เมื่อเริ่มดำเนินการ ชาวบ้านดอนคาเริ่มมองเห็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำอย่างไรจึงจะให้คนรวยได้มีโอกาสช่วยเหลือคนจน การรวมตัวดังกล่าวทำให้คนได้ร่วมกันคิด ร่วมจัดการกับปัญหาของตนเอง และจัดการกับเงินทุนของเขาเอง เพื่อต้องการยกฐานะให้ดีขึ้น เพราะเมื่อมีเงินทุนหมุนเวียนในการผลัดเปลี่ยนกันกู้ยืมเพื่อไปประกอบอาชีพเพิ่มรายได้และยังเป็นกองทุนหมุนเวียนขององค์กรกลุ่ม สามารถจ่ายปันผลแต่ละปีให้กับสมาชิก และยังสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการต่าง ๆ กว่า 10 กองทุนซึ่งมีเงินทุน 10 ล้านกว่าบาท

ผลที่เกิดขึ้นจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา สามารถสร้างแนวคิดในการพัฒนาคน แนวคิดการพัฒนาชุมชน บรรเทาความเดือดร้อน หนทางการแก้ปัญหาให้กับครัวเรือน และสามารถสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในหลาย ๆ รูปแบบ ถือได้ว่าเป็นสถาบันการเงินของชุมชนที่เกิดขึ้นและเติบโตขึ้นโดยการบริหารจัดการของชุมชนเองอย่างแท้จริง

หลักการดำเนินงาน

การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ยึดหลัก ความเท่าเทียมและความเสมอภาค ดังนี้

1. ถือว่าคนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ที่อยู่ในหมู่บ้าน ตำบล สามารถเป็นสมาชิกได้

2. สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทุกคนต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าสมัครตามระเบียบที่กลุ่มกำหนด

3. สมาชิกทุกคนมีสิทธิที่จะใช้บริการของบริการของกลุ่มเท่าเทียมกันและทุกคนมีความเสมอภาคในการถูกทำโทษจากกลุ่ม

การบริหารจัดการ

            กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นแหล่งเงินทุนของชุมชนที่เกิดจากการรวมตัวของคนในชุมชน เพื่อระดมเงินออมของคนในชุมชนไว้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การบริหารจัดการถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของกลุ่ม สำหรับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จ ได้ใช้หลักการดำเนินงาน ดังนี้

            1. การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ยึดหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิก โดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ควานเสียสละ ความรับผิดลอบ ความเห็นอกเห็นใจกัน และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

            2. วิธีการบริหารจัดการ

                2.1 ทำงานในรูปคณะกรรมการ โดยสมาชิกเป็นผู้คัดเลือกตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ทำหน้าที่บริหารจัดการกลุ่ม

                 2.2 สมาชิกร่วมกันกำหนดระเบียบข้อบังคับของกลุ่มและสมาชิกปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

                 2.3 มีการจัดทำบัญชี เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ของกลุ่มชัดเจนเป็นปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้ ปัจจุบันมีบางกลุ่มใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการลงบัญชี และจัดระบบฐานข้อมูลของกลุ่ม

                 2.4 คณะกรรมการควรมีการประชุมอย่างต่อเนื่องและมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

การบริหารงาน

             กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นกิจกรรมทางการเงิน ที่มีการจัดตั้งขึ้นมาโดยความร่วมมือของสมาชิก บริหารงานโดยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง จากตัวแทนของสมาชิกประกอบด้วย 4 คณะ

การคิดเงินปันผล

               การคิดเงินปันผล คือ การจัดสรรกำไรที่ได้รับในแต่ละปีจากการดำเนินกิจการของกลุ่มฯ ให้แก่สมาชิก การจัดสรรกำไรเก็บไว้เพื่อลงทุน ขยายกิจการของกลุ่มฯ และจัดสรรตามระเบียบข้อบังคับ

                วิธีการคำนวณเงินปันผล

                การคำนวณเงินปันผลจะต้องแปลงเงินสัจจะสะสมของสมาชิกให้เป็นหุ้น ซึ่งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตได้กำหนดมูลค่า 100 บาท เท่ากับ 1 หุ้น โดยให้คิดเงินปันผลเดือนที่ครบหุ้นเป็นต้นไป

                ความสำคัญของเงินปันผล

                1. เป็นแหลงเงินทุนระยะยาวของกลุ่มฯ ในกรณีที่กลุ่มฯ มีกำไรและไม่นำกำไรดังกล่าวไปจ่ายเป็นเงินปันผล จะทำให้กลุ่มฯ มีเงินทุนที่จะขยายกิจการเพิ่มขึ้น แต่ถ้ากลุ่มฯจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิกจะมีผลทำให้เงินทุนของกลุ่มฯ ลดลง ถ้ากลุ่มฯ ต้องการขยายกิจการกลุ่มฯ จะต้องจัดเงินทุนจากแหล่งอื่น เช่น กู้ยืมเงินจากธนาคาร กู้ยืมจากสมาชิก ฯลฯ

                 2. เป็นแหล่งเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิก ทางกลุ่มฯ ตระหนักดีว่าการจ่ายเงินปันผลมีอิทธิพลอย่างมากต่อรายได้ของสมาชิก เพราะจะทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การจ่ายเงินปันผล ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มฯ มีความสามารถในการดำเนินงาน สามารถบริหารงานให้กลุ่มฯ มีกำไร สามารถจ่ายเงินปันผลแก่สมาชิกได้ ทำให้ผู้ที่มิได้เป็นสมาชิกกลุ่มฯ มีความสนใจในการเป็นสมาชิกของกลุ่มฯ ซึ่งจะมีผลให้จำนวนสมาชิกของกลุ่มฯ เพิ่มขึ้น

                การคำนวณเงินปันผลโดยวิธีถัวเฉลี่ย

                                                เงินปันผลต่อหุ้น                 =            ยอดเงินรวมที่จัดสรร

                                                                                                            จำนวนหุ้น  

                ข้อควรคำนึง

                การที่กลุ่มฯ จะจ่ายเงินปันผลแก่สมาชิกหรือไม่ มีข้อควรคำนึง 2 ประการ ดังนี้

                1. ถ้ากลุ่มฯ มีความต้องการเงินทุนมาขยายกิจการ โดยที่กลุ่มฯ คาดว่าการลงทุนขยายกิจการจะให้ผลตอบแทนที่ดีแก่กลุ่มฯ แต่กลุ่มฯ ไม่สามารถจะหาแหล่งเงินทุนจากที่อื่นหรือกลุ่มฯ อาจหาแหล่งเงินทุนได้แต่เสียค่าใช้จ่ายสูง ในกรณีนี้กลุ่มฯ ก็ยังไม่ควรจ่ายเงินปันผล ควรนำกำไรนั้นมาขยายงานก่อนจะดีกว่า โดยดำเนินการได้ 2 วิธี คือ

                      1.1 นำกำไรส่วนที่จะจ่ายปันผลตามหุ้น รวมเป็นหุ้นเพิ่มให้กับสมาชิกตามส่วน แล้วนำเงินส่วนนี้ไปขยายงาน

                      1.2  นำกำไรส่วนที่จะจ่ายปันผลเก็บไว้เป็นกำไรสะสม แล้วนำมาใช้ขยายงานเสียก่อนเมื่อใดที่กลุ่มฯ มีรายได้พอที่จะใช้คืนเงินกำไรสะสมนี้ก็ได้ จึงนำมาปันผลคืนให้สมาชิกต่อไป

                             เมื่อกลุ่มฯ มีกำไรเพิ่มขึ้นก็สามารถจะนำกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิก ทำให้สมาชิกได้รับเงินปันผลมากขึ้นกว่าเดิม

               2. ถ้ากลุ่มฯ ต้องการเงินทุนขยายกิจการ แต่กลุ่มฯ สามารถหาแหล่งเงินทุนโดยเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก กลุ่มฯ ก็ควรจะใช้เงินทุนขยายกิจการจากแหล่งดังกล่าว

­การคิดเงินเฉลี่ยคืน

                   การคิดเงินเฉลี่ยคืนจะถูกกำหนดไว้ตามสัดส่วนในการจัดสรรผลกำไรสุทธิตามระเบียบข้อบังคับและมติของกลุ่มฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่กลุ่มได้รับจากสมาชิกกลับไปสู่สมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ตามสัดส่วนการใช้บริการของสมาชิกแต่ละราย

                        เงินเฉลี่ยคืน          =            ยอดเงินจัดสรรฯ เฉลี่ยคืนทั้งหมด

                                                              จำนวนดอกเบี้ยที่สมาชิกจ่ายทั้งหมด

 

ผลการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

ผลการดำเนินงาน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

ปีที่

(พ.ศ.)

จำนวนสมาชิก

เงินสัจจะสะสม

(บาท)

กำไรสุทธิ

หมายเหตุ

๒๕26

37

2,880

-

ปีแรก

๒๕60

12,366

181,969,595.87

9,508,608.46

34

 

 

 

 

 

๒๕61

13,889

175,203,516.46

10,571,359.65

35

๒๕62

13,983

205,752,824.30

10,377,342.55

36

2563

14,000

210253719.31

9947121.47

37

 

 

 

 

 

 

การจัดสรรผลกำไรของกลุ่ม

ประเภทเงินทุน

ปี 2563

ปี 2562

ปี 2561

จ่ายปันผล

5,968,272.00

6,226,405.00

6,131,689.00

สวัสดิการสมาชิก

1,989,425.00

2,075,469.00

2,114,272.00

ค่าตอบแทน

99,712.00

1,037,734.00

1,057,136.00

ทุนสาธารณประโยชน์

298,413.00

830,187.00

1,057,136.00

กำไรสะสม

198,943.00

207,547.55

211,127.00

รวม

9,947,121.00

10,377,342.55

10,571,360.00

 

การจัดสวัสดิการของกลุ่ม

                กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ บ้านดอนคา ได้สำรวจความต้องการของสมาชิกจากการสะสมเงิน ผลปรากฏว่า ส่วนใหญ่มีความต้องการในเรื่องสวัสดิการ กลุ่มฯ จึงได้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการและการบริหาร โดยนำเงินที่รวมได้จากกำไรจากเงินปันผล ร้อยละ 20 เงินกำไรจากการลงทุน ร้อยละ 50 และเงินสมาชิกสมทบฌาปนกิจ มาปล่อยกู้ เมื่อมีผลกำไรจึงนำเข้ามาสมทบในบัญชีกองทุนสวัสดิการ แต่สามารถจ่ายเป็นสวัสดิการได้ ร้อยละ 75 ส่วนที่เหลือร้อยละ 25 จะเป็นเงินคงเหลือไว้ในกองทุน

                จากนั้นกลุ่มใช้เวลาของการออมเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้ง สถาบันการเงินของชุมชนขึ้นมา เนื่องจากสมาชิกต้องการเห็นสถาบันการเงินของชุมชนเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมกับกิจกรรมต่าง ๆ ของวิถีชีวิต ในการประกอบอาชีพและการจัดการเงินทุนที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายต่าง ๆ และพัฒนาขึ้นมาเป็นวิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ในการบริหารจัดการได้มีการกำหนดระเบียบข้อบังคับของกลุ่มฯ หรือที่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญชุมชน

                ผลที่เกิดขึ้นจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านดอนคา สามารถสร้างแนวคิดในการพัฒนาคน แนวคิดการพัฒนาชุมชน บรรเทาความเดือดร้อน หนทางการแก้ปัญหาให้กับครัวเรือน และสามารถสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในหลาย ๆ รูปแบบ ถือได้ว่าเป็นสถาบันการเงินของชุมชนที่เกิดขึ้นและเติบโตขึ้นโดยการบริหารจัดการของชุมชนเองอย่างแท้จริง สมความมุ่งมั่นที่วางไว้ คือ พัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตให้ยั่งยืน บนพื้นฐานวิถีชุมชน

 แผนการดำเนินงาน

แผนงาน

กิจกรรม

เป้าหมาย

1) สร้างความมั่นคงให้สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ย่างสู่ปีที่ 38 ที่เพื่อส่งเสริมการออมเต็มพื้นที่บริการ

1) มีการออมเงินประจำเดือนทุก ๆเดือนอย่างสม่ำเสมอ

2) ขยายพื้นที่ออมกลุ่มเป้าหมายเต็มพื้นที่ครบวงจรทั้ง 5 สาขา

1) เพื่อส่งเสริมการออมทุก ๆ ครัวเรือน

2) เพื่อขยายเครือข่ายการออมให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย

2) การให้บริการสมาชิกอย่างเท่าเทียมกันทุก ๆ กลุ่มเป้าหมาย

1) เปิดบริการรับเงินออมประจำทุก ๆเดือน

2) เปิดบริการแก่สมาชิกส่งเงินกู้คืนจันทร์ - ศุกร์ ทุกๆเดือน

1) เพื่อสมาชิกมีเงินออมทุกครัวเรือน

2) เพื่อบริการให้สมาชิกได้รับความสะดวกในการใช้บริการ

 

3) การบริหารจัดการการเงินทุนให้สมาชิกได้รับผลประโยชน์ทุก ๆ ครัวเรือน

1) นำเงินไปลงทุนกิจกรรมที่ไม่มีภาระที่เสี่ยง

2) นำเงินไปลงทุนในการซื้อสลากทวีสิน ของ ธกส.และธนาคารออมสิน

3) ลงทุนบริการจำหน่ายสินค้าทุกรายการของสินค้า

4) ลงทุนในที่ดิน เพื่อแบ่งข่ายแก่สมาชิกที่ไม่มีที่ดินทำกิน

1) การลงทุนเพื่อประกันความเสี่ยงทางด้านการเงิน

2) เพื่อให้สมาชิกซื้อสินค้าที่จำเป็นไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสด

3) เพื่อให้สมาชิกมีที่ดินทำกินโดยการจัดสรรตามความเหมาะสมเพื่อเป็นสวัสดิการอย่างยั่งยืน

4) การให้สวัสดิการแก่ สมาชิก ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บป่วย เสียชีวิตและสวัสดิการด้านอื่น ๆ

1) จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเทศบาลตำบลทอนหงส์

2) จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทอนหงส์

3) จัดตั้งกองทุนฌาปนกิจผู้ชรา

4) จัดตั้งกองทุน เกิด แก่ เจ็บ ตาย

พิการชรา และเสียชีวิต

1) บริการให้สวัสดิการแก่สมาชิก ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เท่ากันทุก ๆกลุ่มเป้าหมาย

2) กองทุนสวัสดิการไว้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและอุทกภัย

 

5) การพัฒนาบุคลากรในองค์กรเพื่อ

เตรียมทีมการฝึกอบรมด้านกลุ่มออมทรัพย์และแลกเปลี่ยนระหว่างโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์

1) โดยโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา

2) หลักสูตรการจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเปิดอบรม 3 หลักสูตร คือ

   2.1 หลักสูตรการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์

    2.2 หลักสูตรการจัดการเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์

     2.3 หลักสูตรการจัดการบัญชีกลุ่มออมทรัพย์

3) คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์

   3.1 มีคณะกรรมการบริหาร 9 คน

   3.2 มีอนุกรรมการ 32 คน

    3.3เจ้าหน้าที่สำนักงาน 6 คน

 

 

1) จัดฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้ในการจัดการกลุ่มออมทรัพย์ต่อหลักสูตร /รุ่นๆ ละ 30 คน

2) พัฒนาบุคลากรแต่ละอย่างให้เป็นวิทยากรจัดฝึกอบรม จำนวน 15 คน

3) พื้นที่เป้าหมายเบื้องต้น 10 จังหวัดและขยายเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ทั้งภาคใต้ให้ทั่วทุกจังหวัด

4) มีการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาบุคลากรและเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกลุ่มออมทรัพย์

5) สนับสนุนส่งเสริมเจ้าหน้าที่ในสำนักงานให้ได้รับการศึกษาอบรมดูงาน ให้ได้รับการเพิ่มพูนทักษะความรู้ในหลักสูตรต่าง ๆตามความเหมาะสม

6) การเติบโตของวิสาหกิจชุมชน ฯ

    1.1 การส่งเสริมการออม

    1.2 การให้บริการสมาชิกได้รับผลประโยชน์สูงสุด

7) การให้สวัสดิการแก่กรรมการกลุ่มออมทรัพย์

 

 

1) มีการออมเงินประจำเดือนทุก ๆ เดือนอย่างสม่ำเสมอ

2) สิ้นปีบัญชี 2562 ต้องมียอดเงินออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท

3) มีทุนสำรองและทุนสาธารณะประโยชน์ไม่น้อยกว่า 36 ล้านบาท

4) ให้สมาชิกนำเงินไปลงทุนกิจกรรมที่ไมมีภาวะเสี่ยง

5)ระหว่างปีต้องเพิ่มยอดจำนวนเงินกู้ทุก ๆประเภทให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท

6)กำหนดให้มีโครงการพัฒนาคุณภาพหนี้

คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์

   1มีคณะกรรมการบริหาร 9 คน

   2มีอนุกรรมการ 32 คน

    3เจ้าหน้าที่สำนักงาน 6 คน

 

1) เพื่อส่งเสริมการออมทุกๆเครือเรือนเนื่องในโอกาสย่างเข้าสู่ปีที่ 35

2) การปรับดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์เศรษฐกิจการเงิน

3) เพื่อขยายเครือข่ายการออมและการกู้นำเงินไปลงทุนในกิจการต่าง ๆ

4) ปรับปรุง หลักเกณฑ์การให้กู้เพื่อความคล่องตัวและอำนวยความสะดวกแก่สมาชิก

5) เพื่อให้สมาชิกซื้อสินค้าที่จำเป็นไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสด

6) เปิดให้บริการปรับปรุงหนี้สำหรับสมาชิกที่เดือดร้อน

7) มีคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงหนี้และติดตามหนี้ให้คำปรึกษา

8) ศึกษาข้อมูลรายละเอียดการดำเนินการทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกันเพื่อความมั่นใจให้กองทุน

ปรับปรุงเพิ่มเดิมการจัดสวัสดิการแก่กรรมการกลุ่มออมทรัพย์ ตามความเหมาะสมตามค่าใช้จ่ายที่จัดสรรแต่ละปี

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น